ขุดประวัติ "หมิงเฉิน ซัน" ชายจีนซุกคลังแสงอาวุธสงคราม เรื่องแดงเพราะขับรถคว่ำ

ขุดประวัติ "หมิงเฉิน ซัน" ชายจีนวัย 31 ปี ซุกคลังแสงอาวุธสงคราม โป๊ะแตกเรื่องแดงเพราะรถคว่ำที่ชลบุรี อุบัติเหตุรถคว่ำสู่คดีความมั่นคง
เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2569 สังคมไทยต้องตกตะลึงกับคดีอาชญากรรมที่อาจกระทบต่อความมั่นคงระดับประเทศ หลังเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นำไปสู่การบุกทลายคลังแสงอาวุธสงครามและระเบิดอานุภาพสูงที่ถูกซุกซ่อนไว้ในบ้านพักหรูโดยน้ำมือของชายชาวจีนวัยเพียง 31 ปี
จุดเริ่มต้นคดี: รถคว่ำทำพิษ ค้นเจออาวุธ
เหตุการณ์เริ่มขึ้นเมื่อ นายหมิงเฉิน ซัน (Mingchen Sun) ขับรถเก๋งประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบความเรียบร้อยตามปกติ แต่กลับพบอาวุธปืนสั้น Glock 26 พร้อมแม็กกาซีนและกระสุนซุกซ่อนอยู่ภายในรถ นำไปสู่การขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักที่ผู้ต้องหาเช่าไว้อยู่ในราคาเดือนละ 38,000 บาท
ภาพจาก อีจัน
ตะลึง! คลังแสงอาวุธสงครามและระเบิดทำลายล้างสูง
จากการตรวจค้นบ้านพักที่ผู้ต้องหาอาศัยมานานกว่า 2 ปี เจ้าหน้าที่ถึงกับต้องระดมหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) เข้าตรวจสอบ เนื่องจากปริมาณยุทโธปกรณ์ที่มีไว้ในครอบครองนั้นมีอานุภาพทำลายล้างสูง
รายการของกลางที่ยึดได้ (สรุปโดยสังเขป)
-
อาวุธปืนและเครื่องกระสุน: ปืนเล็กยาว M16 จำนวน 2 กระบอก, ปืนสั้น Glock 1 กระบอก พร้อมกระสุนขนาด 5.56 มม. กว่า 790 นัด และกระสุนขนาด 9 มม.
-
วัตถุระเบิดอานุภาพสูง: ดินระเบิด C4 รวมน้ำหนักกว่า 4.8 กิโลกรัม, เชื้อปะทุไฟฟ้า และชุดรีโมทรับ-ส่งสำหรับการสั่งการระยะไกล
-
ระเบิดสังหารบุคคล: กับดักระเบิดสังหาร POMZ2 (รัสเซีย) 4 ลูก, ระเบิดขว้างชนิดต่างๆ จากเกาหลี พม่า และแบบ BA/WA รวมอีก 6 ลูก
-
อุปกรณ์ทางทหารอื่นๆ: เสื้อเกราะกันกระสุน 3 ตัว, หน้ากากกันแก๊สพิษพร้อมไส้กรอง และน้ำมันเบนซินสำรอง 80 ลิตร
ภาพจากเพจ โจโฉ
เจาะประวัติการเดินทาง "หมิงเฉิน ซัน"
จากการตรวจสอบประวัติการเดินทาง นายหมิงเฉินเดินทางเข้าไทยครั้งแรกในปี 2020 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และมีการเดินทางเข้า-ออกบ่อยครั้ง
-
สถานะปัจจุบัน: ล่าสุดกลับเข้าไทยเมื่อมกราคม 2569 โดยใช้ "วีซ่า Re-entry" (ขออนุญาตกลับเข้าอาณาจักร) สำหรับผู้ถือวีซ่าระยะยาวที่พำนักได้ถึง 5 ปี
-
ความซับซ้อนของเอกสาร: พบว่าผู้ต้องหาถือหนังสือเดินทางถึง 2 สัญชาติ คือ จีน และ กัมพูชา
ปมร้อน! พบสวมชื่อในทะเบียนบ้านไทยและถือบัตร 13 หลัก
ประเด็นที่น่ากังวลที่สุดคือการพบสถานะบุคคลที่ทับซ้อนกัน เจ้าหน้าที่พบว่านายหมิงเฉินมี บัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) และที่สำคัญมีชื่อปรากฏในทะเบียนบ้านย่านคลองสามวา กรุงเทพฯ โดยมีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (ขึ้นต้นด้วยเลข 6) ซึ่งย้ายมาจาก อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อปลายปี 2566 ประเด็นนี้ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบว่าเป็นการสวมสิทธิ์หรือเป็นการออกเอกสารโดยมิชอบหรือไม่
ภาพจากเพจ โจโฉ
ยกระดับเป็น "คดีความมั่นคง" เร่งสอบเจตนาเตรียมก่อเหตุ
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ยกระดับการสอบสวนเป็นคดีด้านความมั่นคง โดยมีประเด็นที่ต้องตรวจสอบอย่างเร่งด่วนดังนี้:
1. ตรวจสอบข้อมูลดิจิทัลและหลักฐานการฝึก
เจ้าหน้าที่พบข้อมูลในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ระบุถึงการค้นคว้าเรื่องอาวุธระเบิดอย่างเป็นระบบ รวมถึงวิดีโอหลักฐานที่บ่งชี้ว่าผู้ต้องหาอาจเคยผ่านการฝึกใช้อาวุธหรือยุทธวิธีในต่างประเทศมาก่อน
2. ประเมินสุขภาพจิตตามข้อกล่าวอ้าง
แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่ามีอาการทางจิตเวช แต่ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นการวางแผนก่อเหตุร้ายทิ้ง โดยจะประสานผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมประเมินเพื่อยืนยันข้อเท็จจริง
3. เส้นทางการเงินและเครือข่ายข้ามชาติ
เจ้าหน้าที่กำลังเร่งขยายผลหาที่มาของอาวุธสงครามทั้งหมด และตรวจสอบเส้นทางการเงินว่ามีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติ หรือกลุ่มอิทธิพลนอกราชอาณาจักรหรือไม่ เพื่อความเชื่อมั่นและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ท่องเที่ยว
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

